Dec 28, 2006
มาต่อแล้ววววว วันนี้ไปเที่ยววังกันค่ะ
หลังจากที่เมื่อคืนเหน็ดเหนื่อยกันมา วันนี้สองป้าก็เลยตื่นสายนิดนึง กะว่าจะออกไปเดินเล่นดูวัง เพราะมาหลายวันแล้วยังไม่ได้ไปชมวังกะเค้าเลย เดี๋ยวเสียเที่ยว
หม่ำข้าวแต่งตัวเสร็จเดินลงกะไดมา เจอเจ๊เจ้าของบ้าน แกปรี่เข้ามาถามทันทีว่าวันนี้จะไปเที่ยวไหน พอบอกว่าจะไปชางด๊อกกุงเท่านั้น เจ๊ถึงกับบอกว่า "Today is very cold" แล้วก็เข้ามาจับๆเสื้อผ้าเรา สองป้าก็เลยตกลงใจกลับขึ้นห้องไปเปลี่ยนเป็นเสื้อที่หนาขึ้น แล้วหยิบถุงมือออกมาด้วย แต่ก็แอบคิด เจ๊เป็นห่วงเว่อไปมั้ยหนิ
พอก้าวออกจากบ้านเท่านั้นแหละถึงได้เข้าใจ มันหนาววววววววววววมั่กๆ คาดว่าคงติดลบ ขนาดตอนนั้นสิบเอ็ดโมงเข้าไปแล้ว ที่สำคัญวันนั้นเป็นวันที่ลมแรงที่สุด แต่ไหนๆก็อุตส่าห์ออกมาแล้วก็เลยอดทนเดินกันต่อไป
พระราชวังชางด๊อกกุงอยู่ใกล้กับบ้านเรา เดินไม่ไกลประมาณ 10-15 นาทีก็ถึง แต่อย่างที่บอกว่าวันนั้นหนาวเป็นพิเศษก็เลยเดินๆหยุดๆเพราะก้าวขาไม่ค่อยออก หนาวขนาดเจ็บหู นึกว่าหูจะหลุดออกจากหัวซะแล้วววว
กัดฟันเดินกันมาจนถึง ก็ไปซื้อตั๋วกันก่อน ราคาคนละสามพันวอน และเนื่องจากพระราชวังชางด๊อกกุงเป็นมรดกโลก (world herritage) ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ด้วยตัวเองแต่ต้องมีไกด์นำชม โดยจะแบ่งเป็นรอบๆ สำหรับภาษาเกาหลี ญี่ปุ่น จีน และอังกฤษ ตอนไปถึงเพิ่งเลยรอบภาษาอังกฤษไปแป๊บเดียว เราก็เลยตัดสินใจรอรอบต่อไปอีกชั่วโมงครึ่ง
ระหว่างนี้ทำอะไรกันดีล่ะ ถ้าขืนรออยู่ข้างนอกต้องกลายเป็นศพเฝ้าวังกันแน่ๆ แอบเห็นร้านกิฟต์ช็อปเปิดก็เลยเดินเข้าไป กะจะไปช็อปของฝากกันด้วย แต่เนื่องจากราคาอันสูงส่ง สองคนก็เลยหลบมุมไปนั่งเม้าชิลๆกันแทน จนได้เวลา 13.30 น. พี่ฝรั่งตาน้ำข้าวทั้งหลายก็เริ่มทยอยเดินไปหน้าประตูวัง กระเหรี่ยงสาวสองคนก็เดินตามไปกับเค้าด้วย

นี่คือคุณไกด์สาวชาวเกาหลีค่ะ พูดภาษาอังกฤษใช้ได้เลย ถึงจะติดสำเนียงเกาๆไปบ้างแต่ก็ฟังรู้เรื่อง
คุณไกด์บอกว่าโชคไม่ดีที่วันนี้หนาวมาก พอเข้าไปด้านในจะยิ่งหนาวกว่านี้อีกนะ ป้าได้ยินเท่านั้นแหละถึงกับถอดใจ ร่ำๆจะกลับบ้านอยู่แล้ว ถ้าไม่ติดว่าจ่ายค่าเข้าไปแล้วนะ หนีกลับไปนอนอุ่นๆสบายใจกว่าเยอะเลย แหะ
พอเริ่มทัวร์ สองป้าก็รั้งท้ายตลอดรายการ มัวแต่เก็บภาพกันอยู่นั่นเอง เนื่องจากหนาวจนมือแข็งจะกดปุ่มอะไรก็ลำบาก แถมกล้องเจ้ากรรมก็เกือบเจ๊งบ๊งเพราะอากาศไม่เป็นใจ เลนส์ไม่ขยับซะงั้น

ตอนที่ไปอากาศหนาว ต้นไม้ผลัดใบ ดูแห้งๆแล้งๆ แต่ก็ยังสวย กะว่าไปคราวหน้า(!?) คงไปตอนฤดูอื่นที่มีต้นไม้ใบหญ้าเขียวๆให้ดูบ้าง อากาศก็คงไม่หนาวอย่างนี้ น่าจะสนุกกว่า


รูปล่างนี้เป็นสวนต้องห้าม(ป้ายเค้าเขียน Secret Garden) ตอนนั้นผิวน้ำในบ่อเป็นน้ำแข็งไปหมดแล้ว คุณไกด์ก็อธิบายอะไรๆไป แต่สมองเราตอนนั้นไม่รับอะไรแล้ว พอคุณไกด์ให้พักได้เท่านั้นป้ารีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปเป่ามือเป็นการใหญ่ ค่อยยังชั่วขึ้นเยอะ

จบการทัวร์มาราธอนที่ยาวนานประมาณเกือบชั่วโมงครึ่ง สองป้าก็ยังรั้งท้ายอยู่เหมือนเดิม ทิ้งห่างจากชาวคณะมากเพราะมัวแต่บ้าถ่ายรูปกันอยู่ จนคุณไกด์ต้องมายืนรอ(ไล่)เป็นทำนองว่าชาวบ้านเค้าไปกันหมดแล้วนะ นังกะเหรี่ยงสองคนนี้ยังมัวงมทำอะไรกันอยู่ยะ
ออกจากวังมาบ่ายแก่ๆ จากที่เคยแพลนไว้ว่าจะเที่ยวซักสองวังคือชางด๊อกกุงกับเคียงบกกุงก็เลยต้องพับไป สองป้าบ่ายหน้ากลับบ้าน ก่อนกลับแอบเห็นร้านเบเกอรี่ร้านนึงเลยแว้บเข้าไปดู สุดท้ายก็เลยเสียตังค์คนละ 2000-3000 วอน ซื้อขนมปังกลับมากิน ติดใจอยู่อันนึงเป็นขนมปังไส้ครีมสด อร๊อยอร่อยยยยยยย นึกเสียดายขึ้นมาตะหงิดๆว่าทำไมซื้อมาแค่อันเดียว แถมราคาก็ไม่แพงด้วย อืมมม อยากกินอีกง่ะ
วันนี้ก็เลยมีเรื่องเที่ยวเท่านี้ล่ะค่ะ เนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย กลับบ้านไปเข้าอินเตอร์เน็ตเช็คอุณหภูมิก็ถึงบางอ้อ ก็วันนี้มันหนาวขนาดติดลบ แถมกระแสลมแรงสุดๆ แล้วก็จะหนาวต่อไปอีกหลายวันเลย
นึกถึงชะตากรรมตัวเองวันพรุ่งนี้มะรืนนี้แล้วก็หนาววววว
กะเหรี่ยงจะเอาชีวิตรอดต่อไปได้มั้ย แล้วจะไปเที่ยวไหนอีก เหลือเวลาเที่ยวอีกไม่กี่วันแล้วแหละค่ะ แล้วมาเล่าต่อเอนทรี่หน้า วันนี้บ๊ายบายยยยยยยยยยย






