2007/Jan/07

สวัสดีปีใหม่ค่าาา

ขอโทษที่แอบเชย มาสวัสดีปีใหม่อะไรเอาป่านนี้ใช่ป่ะ
ก็อย่างที่เขียนเอาไว้ในเอนทรี่ที่แล้วว่าจะไปเที่ยวช่วงปีใหม่ กลับมาก็ว่าจะมารีบเล่าอ่ะนะคะ
แต่มันป่วยยยยย กลับมาปุ๊บก็ป่วยปั๊บ เป็นทุกอย่างเท่าที่ร่างกายมันจะอำนวยเลยทีเดียว
ก็อย่างว่าอ่ะนะคะ เพราะหัวใจอ่อนแอ ร่างกายมันก็เลยอ่อนแอตามกันไปด้วย แหะๆ
แต่ว่าตอนนี้ดีขึ้นแล้วค่ะ ใกล้แรดได้แล้ว(ไม่ช่ายยยยยยย)
มาเข้าเรื่องกันซะทีดีกว่า เดี๋ยวจะหาว่า อีนังคนนี้ไปไหนก็ไม่บอกซะที มัวแต่พล่ามอยู่นั่น

แถ่น แทน แท้นนนน และประเทศที่นางสาวเกาลัดไปเยือนมานั่นก็คือ>>>ประเทศเกาหลีใต้นั่นเอง
ฟังดูก็ไม่น่าแปลกอะไรหรอกนะคะ แต่ก็อยากจะเล่าสู่กันฟังตามประสาคนปากมากเท่านั้นแหละ
คิดซะว่าอ่านไปเล่นๆแก้เซ็งละกัน (อ่านจบแล้วท่านอาจเซ็งหนักกว่าเดิม)

เรื่องมันก็เริ่มอย่างฉุกละหุกนิดนึงนะคะ แผนการที่วางไว้ว่าจะไปกว่าจะลงตัวเอาเข้าจริงๆก็ก่อนไปแค่สองสามวัน
จริงๆก็ยังไม่ลงตัวด้วยแหละเพราะเหตุมันมีอยู่ว่าเราเกิดความเข้าใจผิดทำให้ต้องเดินทางเร็วขึ้นหนึ่งวัน
ทำเอาชะนีแทบบ้าวิ่งเป็นเจ้าเข้าเลย เก็บกระเป๋าแบบเร่งด่วนด้วยการโยนสมบัติประดามีลงไปกองตุ้บแล้วรูปซิปปิด จบ!
แต่สิ่งที่ลืมเอาไปด้วยเหมือนเคยคือน้องลิงน้อยค่ะ(ลิงที่เป็นตุ๊กตานะคะ อย่าเข้าใจผิดคิดว่าเป็น ก.ก.น.)
ก็ตอนแรกที่เขียนเอาไว้ยังบอกเลยว่าจะกระเตงกันไปด้วย รู้สึกผิดอย่างแรง...
แต่เดอะโชว์มัสโกออน ไม่มีน้องลิงเราก็ไปเที่ยวได้
ว่าแล้วสองสาวจากไทยแลนด์ก็มุ่งหน้าออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสู่ Incheon International Airport เกาหลีใต้ด้วยประการฉะนี้

......

24 Dec, 2006

เครื่องออกตอนเกือบตีสองน่ะค่ะ เดินทางห้าชั่วโมง ไปถึงโน่นก็เก้าโมงเช้า ขาดทุนไปสองชั่วโมง
ผ่านอิมมิเกรชั่นมาได้อย่างง่ายดาย ไม่มีการซักถามใดๆทั้งสิ้น คุณเจ๊แกเล่นฮัมแต่เพลงแล้วก็ประทับตราปัง! ผ่านแล้วเหรอ??
รับกระเป๋าเสร็จก็เป็นอันเสร็จพิธีการ ณ แอร์พอร์ต ต่อไปเป็นบททดสอบด่านแรก หารถไปยังที่พักให้ได้
พอดีว่าเราทำการบ้านอ่านตำราการท่องเกาหลีมา เค้าว่าให้ขึ้น limousine bus ไปจะสะดวกที่สุด
เอาก็เอา ชะนีไทยลากกระเป๋าออกตามหาเคาน์เตอร์รถบัส กางแผนที่แล้วจิ้ม "จะไปที่นี่อ่ะค่ะ" จ่ายไปคนละ 8,000 วอน ได้ตั๋วมาเรียบร้อย
สาวเคาน์เตอร์รถบัสสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษกะเราได้รู้เรื่อง (ก็แหงล่ะ นี่มันแอร์พอร์ตนี่หว่า)ก็เลยไม่มีปัญหา
ก้าวออกจากแอร์พอร์ตไปรอรถเบอร์ 602 หนาวค่ะ หนาวเยือกเลย แต่ก็ไม่เท่ากับที่โดนขู่เอาไว้ก่อนมา ทำให้เราชะล่าใจซะงั้น
รออยู่แป๊บนึงรถก็มาจอดเทียบตรงหน้า กระเป๋าสัมภาระก็ถูกอัญเชิญไปเก็บไว้อย่างดีใต้ท้องรถ
ส่วนสองป้าก็ถูกอัญเชิญขึ้นไปนั่งชูคออยู่บนรถอย่างสง่างาม 5555 สเตจแรก เคลียร์!!!

อากาศในรถช่างอุ่นสบายยยยยยยยย นั่งหลับสัปหงกกันไปเกือบชั่วโมงก็เกือบถึงที่หมายค่ะ
อย่าว่างั้นงี้เลยนะคะสองข้างทางมันแห้งๆแล้งๆตามประสาหน้าหนาว ไม่มีอะไรสดชื่นๆดู มันก็เลยชวนหลับนิดนึง
แถมคุณพี่คนขับก็ขับนิ้มมมนิ่ม ผิดกะข.ส.ม.ก.บ้านเราลิบลับเลยล่ะค่ะขนาดนั่งทุกวันยังไม่ชินซะที
แต่พอเข้าช่วงที่เป็นดาวน์ทาวน์ค่อยเริ่มตื่นเต้นหน่อย เพราะใกล้จะต้องลงแล้วนั่นเอง
ป้ายที่เราจะต้องลงคือ Jongno-3 ga ค่ะ พี่คนขับลงมาจัดการกระเป๋าของเราให้เสร็จแล้วก็ขับรถจากไป

สเตจต่อมา ตามหาบ้านพัก คือเราติดต่อบ้านพักไว้ทางอินเตอร์เน็ตก่อนจะมาเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งดาวน์โหลดจดหมายตอบรับและแผนที่เอาไว้กันเหนียว
ตั้งสติแป๊บนึงแล้วก็เริ่มลากกกกกระเป๋าออกเดินกัน ตามแผนที่เราจะต้องข้ามถนนใหญ่ไปฝั่งตรงข้าม ทำไงได้ก็ต้องแบกกระเป๋าเดินทางลงใต้ดินกันไป
ทั้งลากทั้งยกกันจนเหนื่อยล่ะค่ะ กว่าจะหาบ้านเจอ (ทำไมต้องยกกระเป๋านะเหรอคะ 555 ก็ยกหลบ secretion ที่ผู้คนที่นี่เค้าถ่มถุยกันเอาไว้น่ะซีคะ ขนาดทำใจไว้แล้วนะเนี่ย - -")
เกสต์เฮ้าส์หรือที่เราเรียกว่าบ้านตลอดเวลา 8-9 วันที่ไปอยู่ชื่อ Songwontel Guesthouse ค่ะ

ค่าบริการต่อคืนที่นี่คิดคืนละ 35,000 วอนค่ะ (ห้อง double) แต่คืน 25 ธ.ค. จะแพงขึ้นเป็น 60,000 ก็หยวนๆกันไป
ที่พักใช้ได้เลยสำหรับราคาเท่านี้ ห้องขนาดพออยู่ได้ วางกระเป๋าเดินทางสองใบแล้วยังเหลือที่ มีทีวีให้ (กรี๊ดเลยล่ะค่ะ) มีตู้เย็น
ห้องน้ำในตัวพร้อมอุปกรณ์เครื่องใช้ครบถ้วน (ทำเป็นเล่นไป บางที่ต้องแชร์ห้องน้ำกันก็มีนะคะ)ไดร์เป่าผม (พันสก็อตเทปไว้ แต่ใช้ได้)หวียังมีเลย
มีแอร์+พัดลม เตียง หมอนผ้าห่ม ความสะอาดใช้ได้เลยล่ะค่ะ คุณเจ๊เจ้าของบ้านจะเข้ามา clean up ให้ทุกสามวัน
ส่วนที่เป็นส่วนกลางจะมีบริการคอมพิวเตอร์+อินเตอร์เน็ตไว้ให้ใช้ รวมทั้งมีอาหารเช้าให้ด้วย (ขนมปัง กาแฟ เนย แยม) ซึ่งเราก็แถมมื้อดึกเข้าไปอีกด้วย แหะ
ขอพูดถึงเจ๊เจ้าของบ้านนิดนึงฮ่ะว่าเจ๊สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในระดับนึง แต่ภาษาอังกฤษสำเนียงเกากับภาษาอังกฤษสำเนียงไทยเมื่อมาเจอกันมันก็คนละภาษาดีๆนี่เอง
เจรจาค่าที่พักและต่อรอง(เจ๊เค้าไม่ลดให้อ่ะ)เรียบร้อยก็ได้เวลานอน เอ๊ะยังไง แค่พักนิดหน่อยเท่านั้นหรอกค่ะ คนมันเหนื่อยนะ
สเตจสอง เคลียร์!!!

นอนหลับไปหนึ่งตื่น บ่ายคล้อยสองป้าก็เริ่มออกตระเวน (จริงๆคือเริ่มหิว จะไปหาอะไรกินกันด้วย)
เริ่มทัวร์รอบๆบ้านกันก่อนค่ะ โชคดีที่บ้านเราอยู่ใจกลางเมือง ล้อมรอบไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว แม้ทัศนวิสัยแถวที่ๆอยู่จะไม่ดีเท่าไหร่นัก เดี๋ยวไว้ค่อยเล่าให้ฟังตอนหลัง
จากบ้านเราสามารถเดินเท้าไปโน่นมานี่ได้สบายๆ เดินออกมาเจอเข้ากับซุ้มขายอาหารข้างทางตลอดทางเท้า
กะเหรี่ยงอยากรู้อยากเห็นลองชะโงกหน้าเข้าไปดูก็เป็นอาหารจำพวกแป้ง Dokbokki ซะเยอะ อื่นๆก็เช่นโอเด้ง ขนมทอดๆ ไส้กรอก (ที่เราแอบตั้งชื่อให้ว่าเป็น artificial protein)
วันนี้ยังไม่กล้าลองอ่ะค่ะ เลยซัดทาโกะยากิกันเข้าไปซะคนละสามลูก เล่นเอาปากพองซะ แต่ก็แซ่บอย่าบอกใครเลย อิอิ 3,000 วอนแน่ะ
ตอนเย็นอย่างวันที่ 24 ธ.ค.ที่เราไปเดินกันนั้น ไม่รู้ผู้คนมาจากไหนกันนัก เดินกันหัวดำเต็มถนน อาจเป็นเพราะว่าอยู่ในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองของเค้าด้วยละมังคะ
และแล้วกะเหรี่ยงจากสยามก็ได้รู้รสการถูกผู้คนชาวเกาหลีชนแล้วชิ่งตามคำร่ำลือ อืออ ขนาดเรายืนหลบทำตัวลีบอยู่ข้างๆแล้วนะยังอุตส่าห์แถเข้ามาชนแล้วจากไป เอากะพ่อสิ!
ก็ต้องทำใจอ่ะค่ะ อยู่เมืองกรุงเทพฯฟ้าอมรไม่เคยจะมีใครมาชนแล้วชิ่งอย่างนี้ บ้านนี้เมืองนี้เค้าเป็นกันอย่างนี้นี่เนอะ

ใกล้ๆบ้านเรามีปาร์คที่ชื่อ Tapgol Park ค่ะ ดูคนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่สองป้าก็เลยเลี้ยวหลบคนเข้าไปเดินชิลๆเล่นแป๊บนึง
มีคุณพี่แต่งกายละม้ายคล้ายหมอโฮจุนยืนเป่าขลุ่ย?อยู่ ไม่หนาวหรืองัย??


ด้านในสุดมีเจดีย์เก่าแก่แต่ถูกครอบไว้ด้วยโครงกระจกอีกชั้นนึง


เดินได้แป๊บนึงก็ออกมาฝ่าฝูงชนต่อ ลองเดินขึ้นไปอีกทางก็ไปเจอเข้ากับสะพานที่พอชะโงกหน้าลงไปจะเป็นธารน้ำไหลอะไรซักอย่าง
ก็เลยลองลงไปเดินๆชักภาพเล่นกะเค้ามั่ง ขึ้นมาก็มาจ๊ะเอ๋เข้ากับ tourist information พอดี เลยเข้าไปขอรายละเอียดมา
ได้ความว่าที่นี่เรียกว่า Cheong Gye Cheon เป็นลำธารที่ไหลจากภูเขานัมซานผ่านกรุงโซลไปยังแม่น้ำฮัน ความยาว 8.14 กิโลเมตร

เล่าแบบคร่าวๆนะคะ ทางการเค้าก็จัดให้มีจุดเที่ยวชมหลายจุดด้วยกัน
ตรงที่เราแวะกันนั้นเป็นจุดที่เป็นภาพจิตรกรรมอย่างในรูปนะค่ะ สวยดี


ถ่ายรูปเล่นกันซักพักก็กลับค่ะ อยากจะเดินเล่นอยู่หรอก แต่มันยาวเหลือเกิน สังขารไม่สู้
ก็เลยตั้งใจไว้เงียบๆว่าจะไปเที่ยวตรงจุดอื่นอีกวันหลัง สรุปว่าอดค่ะ
อย่าสงสัยนะคะว่านังคนนี้ไปตั้งหลายวันทำไมเที่ยวไม่ทั่ว มันมีเหตุค่ะมันมีเหตุ อยากรู้ตามไปอ่านอีกบล็อกนึงละกัน กรึ๋ยๆ

กลับมาคราวนี้เราเลี้ยวเข้าไปเดินย่าน Insadong กันค่ะ ก็ตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่ายังไงก็จะมาให้ได้ อยากดูของเก่า&ของพื้นเมือง
ข้าวของที่ขายก็มีหลายอย่างค่ะ จำพวกของฝาก ถ้วยชาม พวงกุญแจ งานฝีมือ กระดิ่ง ไปวันแรกเลยยังไม่กะจะซื้ออะไรขอสำรวจราคาก่อน


แต่เดินไปซักพักก็เริ่มตาลาย ไม่ใช่สินค้าหรอกนะ แต่เป็นผู้คนมากมายเหลือเกิน วันที่ไปเป็นวันอาทิตย์ที่ทางการจะปิดถนนให้เดินกันเต็มที่ คนก็เลยเยอะอย่างที่เห็น


เริ่มเมาคนค่ะ ของก็ไม่ได้ดูเพราะถูกคนดันให้เดินไปข้างหน้าตลอดเวลา เลยตัดสินใจออกมาดีกว่า ฟ้าก็มืดแล้วด้วย ทั้งที่เพิ่งจะ 4-5 โมงเย็นเอง
สรุปคือสองป้าเดินมุ่งหน้ากลับบ้าน แล้วก็ตั้งใจจะหาไรกินกันนิดนึง ไปได้อุด้งกะโซบะเส้นเหนียวนุ่มที่ร้านแถวบ้านนั่นแหละ
รสชาติอร่อยใช้ได้เลย แต่ไม่มีเนื้อสัตว์นะคะ สนนราคาก็ชามละ 3,800 วอนเท่านั้นเอง มีเครื่องเคียงเป็นกิมจิตามสไตล์
ก่อนเข้าบ้านแวะ Seven-11 หน้าบ้าน (เหมือนเมืองไทยยังไงไม่รุ) ซื้อน้ำขวดลิตรเข้าไปตุน ตกขวดละ 1,000 วอนแน่ะค่ะ TOT
เสร็จแล้วก็เพิ่งมาเห็นว่าที่พักของเรามีบริการน้ำดื่มฟรีให้ด้วย ทั้งร้อนและเย็นให้เลือกเอาตามอัธยาศัย
แถมในตู้เย็นก็มีน้ำขวดเล็กๆกรอกไว้ให้อีกแน่ะ มันน่าเจ็บใจนัก ฮึ่มมม
หนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อนค่ะ อาบน้ำอาบท่ากันแล้วก็มานอนผึ่งพุงดูทีวีเกาหลีสบายใจเฉิบ
ทีวีที่นั่นมีไม่รู้กี่ช่อง ไม่ได้นับ แต่โคตรเยอะเลย กดฉับกดฉับเปลี่ยนช่องกันสนุกมือกันไป
ช่องที่ดูบ่อยก็ MNET, MTV, YTN star, ETN, SBS, KBS, MBC ไรเทือกนี้น่ะค่ะ
นอนดูเอ็มวีเพลงเกาหลีแล้วก็ได้ข้อสรุปว่า จะทำเอ็มวียังไงก็ทำไปขอให้รันทดไว้ก่อนแล้วกัน
ตัวอย่างเช่นเพลงของ เฮซอง(แห่งชินฮวา)ร้องกะ Lyn ที่มีเพ่เอริคเป็นพระเอก ก็ตายตอนจบ
เพลงของสองสาว As one เป็นเรื่องรักสามเส้าของสองหญิงหนึ่งชายก็โศกนาฏกรรมดีๆนี่เอง
หรือจะเป็น Eru กิ๊กใหม่หมาดๆที่เก็บได้จากงาน SBS นั่นก็รันทด เพราะรักเราไม่เหมือนเดิม!!??
ยังมีอีกเพียบเลยล่ะฮ่ะที่เป็นทำนองนี้ จะมีสดใสร่าเริงบ้าง (อย่าง Balloons หรือ Snowdream) ก็น้อยนัก เอาเป็นว่าเศร้าก็แล้วกัน
นอนดูไปเศร้าซึ้งไปจนหลับนั่นหล่ะค่ะ จบไปหนึ่งวันซะแล้ว ยาวจริงๆ - -"
เอาเป็นว่าวันหลังจะไม่บ้าน้ำลายเล่ายาวเท่านี้แล้วกันนะคะ แล้วไว้มาต่อวันหลังค่ะ


Comment

Comment:

Tweet


surprised smile surprised smile surprised smile เราได้ไปเเล้ว question question
#9 by ปั้น (202.91.19.192) At 2008-09-06 21:59,
คุณป้า2คนไปเกาหลีมาเสีย ค่า เครื่องบินไปเท่าไรหรอค่ะ +ภาษีสนามบินด้วยนะ+ค่าบริการอื่นๆด้วย
แล้วเงินที่เกาหลีใต้ กับเมืองไทย อันไหนแพงกว่ากันค่ะ
แล้วกี้บาทของไทย ได้กี้วอนของเกาหลีอ่ะค่ะ

ขอบคุณมากๆๆเลยค่ะ ที่ตอบ
#8 by benz (124.121.91.109) At 2008-06-06 18:43,
น่าไปอ่ะ เดี๋ยวไปเมษานี้จะเอารูปเกาหลีปี2008
มาให้ดูนะ(ที่เว็บ)
#7 by doraoam At 2008-03-19 17:32,
เดี๋ยวเมษานี้ไปพิสูจนะ(ราคานะ ราคา ที่พักจะได้พักที่ไหนเนี่ย)
#6 by oam (58.9.135.33) At 2008-03-19 17:09,
อยากไปบ้างค่ะ
#5 by อ้อยหวาน 303 (203.172.163.130 /unknown) At 2007-09-10 09:11,
พูดคุยทุกเรื่องเกี่ยวกับรถ
http://clubrot.com/cars
#4 by เที่ยวไทย At 2007-09-09 08:09,
อยากไปมั่งอ่ะ T_T
ไปทริปหน้าขอไปด้วยคนนะคะ ^^
#3 by Dear (58.8.134.116) At 2007-04-01 21:53,
อยากไปอ่ะ


เปิดทริปหน้าเมื่อไร โบไปด้วยน้า
#2 by bxecon (203.148.162.199) At 2007-01-16 12:24,
ป้ามาเยี่ยม....

อ่านแล้วก็คิดถึงอ่ะ...อยากกลับไป

อยากไปหา...(ใคร) คิดถึง....(ใคร)


เมื่อสถานะการเงินอำนวย...ไปกันอีกนะ
#1 by superyoungwoong At 2007-01-14 19:40,